2006/Dec/07

หลายปีที่ทำงานด้วยกัน หลายครั้งที่หงุดหงิดเมื่อมีอะไรไม่ได้ดั่งใจ

หลายครั้งที่ทะเลาะเบาะแว้ง ตั้งแต่เล็กน้อยถึงรุนแรง เพียงเพราะถูกแก้ไขงาน ไม่ผ่านงานให้ เขาละครับ พี่ชายผมสุทธิพงษ์

Photobucket - Video and Image Hosting

จากวันแรกที่เขาเรียกผมเข้าไปคุยในห้องทำงานกันสองคน คำแรกที่เขาบอกผม "พี่ชอบมึงวะ พีว่ามึงต้องไปได้"

จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมรู้ตัวดี ก้าวมาจากวันนั้น ไม่กี่ก้าว (และพยายามหลอกตัวเองเสมอว่า เรารุ่นใหญ่แว้ววว)

จากวันที่ร่วมทุกข์กันขนาด แชร์เงินที่เหลือกกันกินข้าว

ถึงวันที่เราไปกินเนื้อย่างจานละ1200

ตั้งแต่วันนั้น ผมไม่เคยเปลี่ยนตัวเอง ยังคงเอาแต่ใจ รักตัวเอง และหมุนรอบตัวเองแทนโลก กะลาผมมันใบใหญ่มากกกก

ไม่กี่วันที่ผ่านมา พี่ทำอะไรบางอย่างให้ผมเห็น

วันที่พี่ลงมือแก้งานตัวเอง ทั้งๆที่ไม่เต็มใจ และยืนยันว่าไม่เต็มใจ แต่พี่แก้มัน แก้แล้วแก้อีก จากงานวันแรก แทบไม่เหลือซากเค้าเก่าให้เห็น งานที่พี่อยากใช้ประกาศมุมมองกับโลก กลายเป็นแค่งานขำๆ "จากปากพี่นะ"

คำตอบของพี่มีแค่คำเดียว "ทำสิ่งที่ต้องทำ ไม่ทำ แล้วงานชุดนี้จะได้วางไหม?"

Photobucket - Video and Image Hosting

นั่นละที่พี่ทำให้ผมรู้ ว่าพี่เปลี่ยนไปแล้ว และเปลี่ยนไปเยอะมากเหมือนงานที่พี่เปลี่ยนมัน บางครั้งศักดิ์ศรีเราต้องวางไว้ที่บ้าน พี่บอกไว้งั้น และบอกผมนานแล้ว

วันนี้สิ่งที่พี่ทำปลดตะขอศักดิ์ศรีให้ผมแล้ว แล้วผมจะถอดมันวางไว้ที่บ้าน(ให้ได้)

ขอบคุณนะพี่ ที่ทำงานแบบมืออาชีพกับผม

และขอบคุณนะพี่ ที่เป็นพี่ที่ดีโคตรๆของผมเสมอมา และผมรู้ว่า จะเสมอไป

ขอบคุณครับ

โจ๊ะ (วันเตรียมปลดอาวุธ)

ปล. นี่คือผลงานที่พวกเราทำกันมา ซึ่งมีพี่ชายผมเป็นแกนนำ ...ทุกชุด

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

2006/Nov/27

ช่วงนี้ผมชอบเผลอหลับเวลาดูหนัง จนแฟนว่าเอาบ่อยๆ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ดูๆไปมันก็เผลอหลับเองจริงๆ

ผมมักจะถามตัวเองนะ ว่า มันหลับได้ไง อาจจะเพราะเหนื่อย หรือง่วง หรือว่าหนังมันไม่สนุก หรือว่าอะไร

บางเรื่องมันก็สนุกนะ แต่มันก็หลับอะ

จนวันนี้ อยู่บ้านเซ็งๆจนหัวค่ำ ออกจากบ้านมาเดินแถวลิโด ซื้อบัตรเขาไปดูหนังเรื่องนี้ แบบงงๆด้วยซ้ำ (แอบนึกในใจว่า "หลับแน่ๆกรู")

Photobucket - Video and Image Hosting

village album หนังญี่ปุ่นที่โปสเตอร์จืดๆ หนังรสชาติก็น่าจะจืดๆ จนนั่งลงดูเท่านั้น

จากนาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ผมแทบจะไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ กับหนังจืดๆเรื่องนี้

พร็อตเรื่องตื่นเต้นเหรอ? เปล่า

เอฟเฟคตื่นตาเหรอ? ก็เปล่า

นางเอกน่ารักเหรอ? เปล่าอีกนั่นละ

มีโป๊ๆไม๊ ? เนินอกซักข้างก็ไม่เห็น (แอบเห็น ไอ้จู๋ตาแก่ตัวพ่อแว๊บๆต้น้ำ นับเปล่าอะ?)

การถ่ายทำแปลกใหม่ ตัดต่อน่าค้นหาเหรอ? เปล่าเลยละ?

village album หนังที่ดำเนินเรื่อง ด้วยพล็อตที่เดาได้ เดินเรื่องธรรมดา ดาราไม่สวย ไม่หล่อ ไม่มีฉากโป๊ ไม่มีสัตว์ประหลาด ไม่มีอะไรเลย

นอกจากเนื้อเรื่องธรรมดา หนังทั้งเรื่องมีแค่ ช่างภาพขวางโลกอายุมากคนหนึ่ง รับงานถ่ายภาพอัลบั้มรวมภาพถ่ายคนทั้งหมู่บ้านนอกของตนเอง ช่างภาพมีเพียงเงื่อนไขเดียวในการทำงาน คือ ขอลูกชายที่ไปทำงานโตเกียวกลับมาเป็นลูกมือ นอกนั้นมีเพียงขั้นตอนและเรื่องราวกว่าจะถ่ายภาพครบทั้งหมู่บ้าน เอางี้ละกัน

Photobucket - Video and Image Hosting

งั้นมาที่เหตุผลที่ผมไม่หลับละกัน

เพราะไอ้เรื่องธรรมดาๆโคตรๆนี่ละ ที่มันโคตรกระทบใจเลย ให้ตายสิ

แค่ตามติดตามว่า ไอ้พ่อกับลูกมันจะทำงานรอดไหม? (อะแน่ะ บอกเพิ่มไปอีกนิดละ)

กับการหยุดพักสายตาผู้ชมด้วย ภาพสวยๆของหมู่บ้านนอกแห่งหนึ่ง ที่สวยโคตรๆอีกเช่นเคย

เนื้อเรื่องมันก็ทายได้อะนะ ทั้งๆที่ทายได้ว่า พอมันมาตรงนี้ เรื่องมันจะไปตรงไหน แต่มันก็อดซาบซึ้งกะมันไม่ได้จริงๆ

การดำเนินเรื่องก็ออกจะเนิบถึงเนิบมากซะด้วยซ้ำ แต่มันก็น่าติดตามซะทุกๆภาพเลยละ

เอาละ สรุปว่า ผมมาโฆษณาเลยก็ได้ แต่ขอร้องเถอะ อยากให้ไปดูจริงๆ

มันน้อยกว่าเจมส์บอนด์

โป๊น้อยกว่าด้วย

น่ากลัวน้อยกว่าซอว์มาก

แล้วก็มีเมืองถล่มน้อยกว่าไอ้หนังประเทศญี่ปุ่นถล่มมากกว่ามาก (เพราะมันไม่มีเลย)

แต่มันได้อะไรในใจมากกว่าจริงๆนะ

ปล.สิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้สำหรับผมคือ ....

พ่อ แม่ ยังไงก็รักเรานะ

แล้วก็อีกเรื่องที่ได้เลยนะคือ

ไม่มีใครเคยบอกว่า อย่าไปทำงานในเมือง อยากไปก็ไปเถอะ ชีวิตเป็นของเรา แต่อย่าลืมทุกคนที่บ้าน บ้านเกิด อย่าลืมว่าเรามาจากไหน แล้วสุดท้าย อย่าลืมกลับมาทดแทนคุณให้ที่ที่คุณเกิดและจากมา

Photobucket - Video and Image Hosting

2006/Nov/10

ทุกวันนี้มีแต่คนถามว่า ช่วงนี้อ่านหนังสืออะไร มีอะไรอัพเดทมั่ง ?

ตอบได้ไหมว่า ไม่ได้ซื้ออะไรเลยมาหลายเดือนแล้ว ทั้งสัปดาห์หนังสือก็ไม่ได้ไปซื้ออะไร เหมือนกัน

เพราะอะไรน่ะเหรอ? ลองไปดูที่แผงสิ ดูที่หนังสือขายดี มีแต่... คำสารภาพของเด็กไซด์ไลน์ เด็กหอ เด็กโคโยตี้ เด็กอพาร์ตเมนต์ และล่าสุด เด็กแว๊นต์ ทั้งหมดอยู่บนแผงเดียวกัน

Photobucket - Video and Image Hosting Photobucket - Video and Image Hosting Photobucket - Video and Image Hosting Photobucket - Video and Image Hosting

ที่เหลือคือ ทอมเปิดอก เลสเบี้ยน อยากบอก ฮิสทีเรีย อยากเล่า หรือแม้กระทั่ง ผู้ชายขายตัว และอะไรอีกหลายต่อหลายแหล่

Photobucket - Video and Image Hosting

ยังไม่รวมพวก แฉต่างๆนาๆ เรื่องรักของดารา เซ็กส์ห่วย อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ Photobucket - Video and Image Hosting

น่าสนใจไหม? น่าสน เรื่องลับๆ บนเตียง ใต้เตียง ในตู้ หรือในรถ ข้างถนน มันน่าสนแน่ๆสำหรับผู้ชายลามกอย่างผม แต่...แต่ มันมากเกินไปแล้วไหม?

ไม่เถียงนะว่า หนังสือไม่ใช่ตัวแทนแห่งสาระ แต่หนังสือแบบนี้มันต่างอะไรกับ หนังสือปาปารัซซี่ ที่เอาแต่แอบถ่ายภาพหวอ หัวนมหรือ ภาพในช่องลับของดารามาพิมพ์ขาย เล่า?

มีใครไม่ชอบบันเทิง มีใครไม่ชอบ แต่บางทีมันก็ต้องการอะไรที่แตกต่าง เหมือนกับยุคนึงที่ มีแต่ดารามาเขียนหนังสือ (ที่มันไม่ได้เขียน) มันมานั่งสัมภาษณ์ให้สำนักพิมพ์อักแล้วไปรีไรท์

เฮ้อ.... รันทด และที่น่ารันทดกว่ามีอีก

ผมคือคนนึงที่เคยเขียนและพยายามเขียนหนังสือขาย บอกได้เลยว่า หนังสือธรรมดาที่ว่ากันด้วยเรื่องธรรมดา มีรายได้น้อยมาก และยังน้อยลงต่อไปเรื่อยๆ

แล้วหนังสือ ที่เล่าไม่ธรรมดาเล่านั้นเล่า ได้อย่างไร ?

เพื่อนผมคนนึงเลยละ คือคนที่เขียนหนังสือพวกนี้ขายเป็นจริงเป็นจัง เป็นอาชีพหลักเลยละ ไม่อยากเอาความคิดของเราไปใส่หัวมัน เลยได้แต่ถามแต่เรื่องทั่วไปโดยไม่พยายามเอาความคิดเห็นไปใส่มัน

ผมได้เงินจากหนังสือ 1 เล่มเท่ากัน แต่พิมพ์น้อยกว่ากันหลายพันเล่ม เงินเล่า น้อยกว่าหลายหมื่นเลยละ

ผมได้เงินได้ไม่ถึงสองหมื่น ต่อหนึ่งเล่ม

เพื่อนผมได้เงินจากหนึ่งเล่ม ห้าหมื่นในการพิมพ์ครั้งแรก และถ้าพิมพ์เพิ่มก็ได้เพิ่ม( ซึ่งมันบอกว่าพิมพ์เพิ่มทุกเล่ม) มันบอกว่าตอนนี้ เขียนได้สองเดือนเล่ม แต่ตอนนี้พยายามให้ได้เดินละเล่ม จะมีหนังสือแบบนี้ออกมาเดือนละเล่มเพียงแค่จากคนคนเดียว แล้วถ้าทั้งหมดล่ะ?

ได้แต่บอกว่า ....เฮ้อออออ!!!

จริงก็แอบนึกวูบในใจนะว่า ถ้าเราทำบ้าง เราอาจจะรวยกว่านั่งเขียนเพลง เขียนหนังสือต๊อกต๋อยอยู่อย่างนี้ก็ได้นะ...แต่ กลืนน้ำลายตัวเองไม่ลงจริงๆ

เลยต้องไปนั่งอิจฉาปนสังเวชใจไปคนเดียวต่อ

ว่าแต่ขอไปอ่านเด็กแว๊นต์ก่อนนะ เพิ่งซื้อมา เอาคำโปรยมาให้อ่านเล่นะละกัน

"สำหรับหนู การนั่งท้ายรถ แล้วก็ไปมีอะไรกัน มันไม่จำเป็นต้องรักกันก็ได้ แค่ชิวๆกัน แล้วก็แยกกันไป สนุกจะตาย"

อยากอ่านก็ไปซื้อนะ แต่....ระวังจะเลือกไม่ถูกล่ะ? มันเยอะโคตรรรรรรร



edit @ 2006/11/10 03:24:59